จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหลามน้ำหนาวแม่เสลี่ยง อำเภอน้ำหนาวได้รับการคัดเลือก เป็น 1 กลุ่มนำร่อง ภายใต้โครงการ “สินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” ปีงบประมาณ 2569 (ด้านข้าว) เพื่อยกระดับข้าวพื้นถิ่นสู่ตลาดเฉพาะ เพิ่มมูลค่าและรายได้เกษตรกรบนพื้นที่สูง

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหลามน้ำหนาวแม่เสลี่ยง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 269 หมู่ 5 บ้านนาพอสอง ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิก 20 ราย พื้นที่ปลูกรวม 100 ไร่ ผลิตแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และได้รับรองมาตรฐาน GAP ด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว

เสียงจากเกษตรกร: “ข้าวไร่คือรายได้เสริมที่ภาคภูมิใจ”

นางเสลี่ยง ยศสุพรหม ประธานกลุ่มฯ เล่าว่า ตนเองปลูกข้าวไร่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ เดิมทีปลูกเพื่อกินในครอบครัว เหลือถึงขายในท้องถิ่น จากนั้นจึงมารวมกลุ่มและแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็น“ข้าวหลาม” ก่อนพัฒนามาปลูกข้าวพันธุ์ พญาลืมแกง ควบคู่กับ ข้าวเหนียวดำลืมผัว (GI) ซึ่งเป็นข้าวอัตลักษณ์ของพื้นที่ “เราปลูกข้าวไร่มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ปลูกบนเขา อาศัยน้ำฝน ปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียว ประมาณกลางเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งไร่หนึ่งจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 250–300 กิโลกรัม ถ้าปีไหนดีอาจได้ถึง 350กิโลกรัม”
คุณแม่เสลี่ยงยอมรับว่า ข้าวพญาลืมแกงปลูกยาก อ่อนแอต่อโรค ขณะที่ข้าวเหนียวดำลืมผัวทนทานกว่า แต่ข้าวเหนียวทั้งสองพันธุ์ขายได้ราคาดี โดยข้าวกล้องขายส่งประมาณกิโลกรัมละ 70 บาท
“ส่วนหนึ่งเราเก็บไว้กินในครอบครัว ที่เหลือก็ขาย ถือเป็นรายได้เสริมของบ้านเรา แล้วก็นำมาแปรรูปเป็นข้าวหลาม ข้าวแต๋น ไอศกรีมข้าว ซึ่งได้ผลตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตลาดคนรักสุขภาพ”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภัยแล้ง ฝนตกหนักช่วงเก็บเกี่ยว และปัญหาช้างป่าเข้าทำลายผลผลิต
กรมการข้าวหนุนต้นน้ำ–ปลายน้ำ สร้างความมั่นคงเมล็ดพันธุ์
ด้าน นายสฤษดิ์ พูนสังข์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ จาก ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ข้าวไร่พื้นเมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีด้วยกันสองสายพันธุ์คือ ข้าวเหนียวดำลืมผัว (GI) เมล็ดกลมโต หอม นุ่ม หนึบ มีสารแอนโทไซยานินสูง และข้าวเหนียวพันธุ์พญาลืมแกง ข้าวเหนียวไร่หอมอร่อย แต่ปลูกยากกว่าและอ่อนแอต่อโรค โดยที่ข้าวเหนียวดำลืมผัวได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าในท้องถิ่น ขณะที่ข้าวพญาลืมแกงอยู่ระหว่างการผลักดันในอนาคต นายสฤษดิ์ ยังกล่าวอีกว่า “การส่งเสริมต้องดูลักษณะพื้นที่ ความลาดชัน หน้าดิน และกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค ควบคู่กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงให้พันธุ์ข้าวมีเรื่องราวและมูลค่า”

โดยที่ผ่านมา กรมการข้าว ได้เข้าไปสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2560 ทั้งการคัดพันธุ์บริสุทธิ์ ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สนับสนุนวัสดุแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเชื่อมโยงตลาด สำหรับในปีงบประมาณ 2569 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหลามน้ำหนาวแม่เสลี่ยง ยังเป็นเป้าหมายโครงการในการ “เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี – ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน”

“ซึ่งแนวคิดธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว คือให้สมาชิกเก็บเมล็ดพันธุ์คุณภาพไว้ในกลุ่ม หากใครขาดแคลนก็สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ ทำให้ชุมชนมีเมล็ดพันธุ์ดีอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องพึ่งพาภายนอก”
หลังได้รับการส่งเสริม การผลิตของชาวบ้านเป็นระบบมากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ยังอยู่ภายใต้ชื่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และในอนาคต ข้าวพญาลืมแกงอาจได้รับการผลักดันสู่การขึ้นทะเบียน GI หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

โครงการสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ปี 2569 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับข้าวไร่พื้นเมืองเพชรบูรณ์ จากอาหารพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม สร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน และเป็นต้นแบบการพัฒนาข้าวบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน
